ใครชอบล้างห้องน้ำบ้างยกมือขึ้น !
หากพูดถึงงานบ้านที่ใคร ๆ ต้องร้องยี้ มั่นใจได้ทันทีว่าหนึ่งในนั้นต้องมี “งานล้างห้องน้ำ” รวมอยู่ด้วยแน่นอน เพราะไม่เพียงแต่จะมีคราบหนักที่ขัดออกได้ยากและใช้แรงมากกว่างานบ้านอื่น ๆ น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำยังมักมาพร้อมกับกลิ่นฉุนที่แสนจะเวียนหัว
แถมหากล้างโดยไม่ระวังให้ดี ทิ้งไว้นานเกินไป ยาแนวตามกระเบื้องก็อาจหลุดร่อน และทำให้น้ำซึมลงพื้นได้จนสร้างความเสียหายในอนาคตอีกด้วย แล้วจะทำอย่างไรให้งานหินอย่างการล้างห้องน้ำกลายมาเป็นงานบ้านที่มีความสุขและทำได้ง่าย เดี๋ยววันนี้แม่บ้านมือโปรจะมาบอกวิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำให้เอง !
เคล็ดลับการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำแบบแม่บ้านตัวจริง
ก่อนอื่นควรสวมถุงมือยางเพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว จากนั้นราดน้ำยาล้างห้องน้ำในบริเวณที่ต้องการ เช่น โถสุขภัณฑ์ พื้นห้องน้ำ อ่างล้างหน้า หรือผนังที่มีคราบสกปรก และที่สำคัญ หากอยากล้างห้องน้ำให้คราบเกาะแน่น หลุดร่อน หายไปแบบหมดจด ควรเทน้ำยาให้ทั่วบริเวณและทิ้งเอาไว้สักครู่ หลังจากนั้นก็รอผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้ และล้างน้ำเปล่าออกได้เลย
น้ำยาล้างห้องน้ำ ควรราดทิ้งไว้กี่นาที ?
น้ำยาล้างห้องน้ำใช้ยังไง ? โดยทั่วไปแนะนำให้ราดน้ำยาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้สารออกฤทธิ์ละลายคราบหินปูน คราบสบู่ และคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่หากเป็นคราบหนักหรือสะสมมานาน อาจทิ้งไว้ได้นานกว่านี้เล็กน้อย จากนั้นใช้แปรงขัดห้องน้ำขัดตามพื้นผิวแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำ
เคล็ดลับที่ 1 : เตรียมอุปกรณ์และวอร์มอัปห้องน้ำให้พร้อมทำความสะอาด
เพราะการเริ่มต้นที่ถูกต้อง ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับการทำงานบ้านอย่างการล้างห้องน้ำ ก็ต้องเริ่มต้นอย่างถูกวิธีด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยอุปกรณ์สำคัญสำหรับการล้างห้องน้ำนั้นจะประกอบไปด้วย
- ถุงมือยาง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและน้ำยาทำความสะอาด
- น้ำยาล้างห้องน้ำชนิดปลอดสารพิษ เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดความเสียหายที่ยาแนวกระเบื้องจากการขัดห้องน้ำได้อีกด้วย
- แปรงขัดพื้น
- ผ้าไมโครไฟเบอร์
- ที่รีดน้ำกระจก
- แปรงขัดสุขภัณฑ์
- แปรงสีฟันเก่า
- กะละมัง
- น้ำยาเช็ดกระจก
- น้ำยาเช็ดทำความสะอาดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
และเมื่อเตรียมอาวุธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ลุยล้างห้องน้ำกันได้เลย ! แต่ก่อนที่จะเทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำใด ๆ ไปที่พื้นหรือจุดต่าง ๆ สิ่งที่พ่อบ้านและแม่บ้านทุกคนต้องทำเป็นสิ่งแรก คือ การใช้น้ำเปล่าทำความสะอาดคราบฝุ่นที่เกาะตามพื้น ผนัง และสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นรอให้น้ำหมาดประมาณ 5 นาที
รู้หรือไม่ ?
การทำความสะอาดคราบฝุ่นหรือคราบสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ตามพื้นผิวในห้องน้ำก่อนลงมือล้างห้องน้ำ ไม่เพียงแต่จะทำให้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่การล้างน้ำสะอาดก่อนลงมือล้างห้องน้ำจริงยังช่วยให้คราบที่ฝังลึกบางชนิดอ่อนตัวลงและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
เคล็ดลับที่ 2 : เริ่มทำความสะอาดหัวฝักบัวและหัวก๊อกก่อน
และเมื่อครบ 5 นาทีแล้ว สิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนแรกสุดก็คือ ให้เริ่มทำความสะอาดคราบตะกรันที่อยู่บนหัวฝักบัวและก๊อกน้ำกันก่อน เพราะถ้าหากเราเริ่มต้นล้างพื้นห้องน้ำก่อน คราบสกปรกจากฝักบัวก็จะไหลลงพื้นและอาจฝังตัวไปยังพื้นห้องน้ำกลายเป็นคราบฝังแน่นที่ต้องเสียเวลาล้างหลาย ๆ รอบได้
นี่คือวิธีที่จะถนอมหัวฝักบัวให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน มีขั้นตอนทำความสะอาด ดังนี้
- ใช้ไม้จิ้มฟันค่อย ๆ ทะลวงรูน้ำที่หัวฝักบัวและก๊อก
- ผสมเบกกิงโซดา ⅓ ถ้วยตวงเข้ากับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง จากนั้นแช่ไว้ประมาณ 15-20 นาที หรือหากฝักบัวหรือก๊อกอุดตันมากก็สามารถแช่ได้นานถึง 2-3 ชั่วโมง
- เมื่อครบเวลาแล้ว ให้เปิดน้ำออกจากฝักบัวและก๊อกเพื่อให้คราบตะกรันหลุดออกมา และค่อย ๆ ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบน้ำที่หัวฝักบัวเพื่อป้องกันไม่ให้คราบตะกรันฝังที่หัวฝักบัวและก๊อก
เคล็ดลับที่ 3 : เคลียร์ชักโครกให้เกลี้ยง !
วิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำนั้น การทำความสะอาดชักโครกถือเป็นขั้นตอนสำคัญ และก็เป็นอีกหนึ่งงานหินเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะอัดแน่นไปด้วยสารพัดเชื้อโรคแล้ว ชักโครกยังเป็นอีกหนึ่งสุขภัณฑ์ที่ทำความสะอาดเท่าไรก็ยังรู้สึกไม่สะอาด แถมกลิ่นเหม็นก็หายยากอีกด้วย
แต่สำหรับในวันนี้ การทำความสะอาดชักโครกอาจจะง่ายกว่าที่คิด โดยทุกคนสามารถเริ่มทำความสะอาดได้โดยมีขั้นตอนดังนี้
- กดชักโครกหรือราดน้ำเปล่าลงไปที่ชักโครก 1 ครั้ง
- รอน้ำให้หมาดสัก 3-5 นาที จากนั้นจึงค่อย ๆ ราดน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดปลอดสารพิษ หรือน้ำยาล้างชักโครกโดยเฉพาะลงไป และทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
- เมื่อครบเวลาแล้ว ให้ใช้แปรงสุขภัณฑ์ค่อย ๆ ขัดตามด้านนอกของชักโครกให้เรียบร้อย
- กลับเข้ามาขัดซอกหลืบของชักโครกให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ขัดที่ตรงกลางให้สะอาด และระวังอย่าขัดแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นผิวชักโครกเสียหายและทำให้เชื้อโรคเข้าไปอาศัยอยู่จนส่งกลิ่นเหม็น และมีคราบเหลืองตามมาได้
- ล้างน้ำจากด้านนอกให้สะอาด จากนั้นล้างน้ำบริเวณซอกมุมต่าง ๆ แล้วสุดท้ายจึงกดชักโครกทิ้ง 2-3 ครั้ง เพียงเท่านี้ชักโครกก็จะสะอาดเหมือนใหม่แล้ว
เคล็ดลับที่ 4 : เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำให้เหมาะกับคราบ
เมื่อทำความสะอาดสุขภัณฑ์เสร็จเรียบร้อย ทีนี้ก็ถึงเวลาลุยล้างพื้นและผนังห้องน้ำกันแล้ว อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำไม่ควรเริ่มจากการเทน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำลงไปตรง ๆ ที่พื้นผิว แต่พ่อบ้านและแม่บ้านทุกคน “ต้องเริ่มจากการดูประเภทคราบต่าง ๆ” เพื่อเลือกน้ำยาทำความสะอาดให้เหมาะสมกับคราบ เนื่องจากการลุยเทน้ำยาล้างห้องน้ำไปอย่างเดียว อาจส่งผลเสียต่อพื้นผิวและยาวแนว ที่ทำให้เกิดการหลุดร่อน เสียหาย และมีรอยด่างได้
คราบที่พบได้บ่อยในห้องน้ำ
คราบเหลือง
คราบเหลืองตามพื้นห้องน้ำและผนัง เกิดจากคราบไขมันจากสบู่และคราบสิ่งสกปรกจากร่างกายของเรา โดยหากเกิดคราบนี้ที่พื้นห้องน้ำหรือผนังก็สามารถใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดได้ปกติ แต่อย่าทิ้งไว้นานเกิน 5 นาที เพราะจะทำให้น้ำยาเริ่มกัดเซาะยาแนวตามรอยต่อกระเบื้องได้
คราบราดำ
คราบราดำ รวมถึงคราบตะไคร่น้ำมักเกิดขึ้นในห้องน้ำที่อับชื้น รวมถึงห้องน้ำที่ระบบระบายน้ำไม่ดีจนมีน้ำขัง อีกทั้งคราบราดำที่ผนังยังเกิดจากการลืมทำความสะอาดผนังหลังใช้งานเสร็จอีกด้วย โดยการทำความสะอาดคราบเหล่านี้สามารถทำได้โดยการเทน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำลงไป จากนั้นรอ 3-5 นาทีและค่อย ๆ ใช้แปรงสีฟันเก่าขัดตามร่องให้สะอาดนั่นเอง
จากนั้นเมื่อทำความสะอาดคราบทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงค่อยราดน้ำทำความสะอาดพื้นและผนังอีกรอบ เพื่อป้องกันการกลับมาของคราบต่าง ๆ อีกครั้ง
เคล็ดลับที่ 5 : ทำความสะอาดกระจก ก๊อก และสายฝักบัวก่อนจบงาน
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดห้องน้ำแล้ว โดยในขั้นตอนนี้จะเน้นไปที่การเก็บงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการทำความสะอาดกระจก ก๊อกน้ำ และสายฝักบัว โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ทำความสะอาดกระจก : เริ่มจากการล้างทำความสะอาดและเช็ดคราบที่มาจากการล้างมือ แปรงฟัน ตลอดจนคราบสบู่ที่กระเด็นออกมาขณะอาบน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยใช้น้ำยาเช็ดกระจกคู่กับผ้าแห้งสนิท หรือใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อเช็ดกระจกให้สะอาด
- ทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์ : วิธีทำความสะอาดก๊อกและสายฝักบัวให้กลับมาเงางามเหมือนใหม่ และไม่มีคราบน้ำหรือคราบขุ่น ๆ ติด สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการใช้น้ำยาขัดทำความสะอาดอเนกประสงค์ทั่วไป หรือใช้น้ำส้มสายชูชุบหมาด ๆ แล้วขัดคราบออกให้หมด เพียงเท่านี้ก๊อกและสายฝักบัวก็กลับมาเงางามเหมือนใหม่ได้แล้ว
เป็นอย่างไรกันบ้าง ? บอกเลยว่าเคล็ดลับการทำความสะอาดที่นำมาฝากนี้สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แถมยังช่วยถนอมห้องน้ำไปในตัวอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดห้องน้ำนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำให้เหมาะสม
แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด SUPP (ทรัพย์) คือคำตอบ ! เพราะเราไม่เพียงแต่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำเพื่อช่วยให้พ่อบ้านแม่บ้านใช้ทำความสะอาดทุกคราบสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดเท่านั้น แต่ทุกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของเรา ยังมาพร้อมกับฉลากเขียวที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม หากพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนสนใจอยากลองใช้น้ำยาล้างห้องน้ำแบบปลอดสารพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ของ SUPP Cleaning หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 034-562-913 หรือ 065-237-9788 LINE Official https://line.me/R/ti/p/%40zfd7236a และอีเมล info@supp-cleaning.com ได้เสมอ !


